ตามข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแห่งออสเตรเลีย (ABS) ในวันพุธ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 4.0% YoY ในเดือนสิงหาคม เทียบกับการเติบโต 3.5% ที่รายงานในเดือนกรกฎาคม
ตลาดคาดการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวจะอยู่ที่ 4.0% ในช่วงเวลาที่รายงาน
ดัชนีราคาผู้บริโภครายเดือนเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนสิงหาคม เทียบกับตัวเลขครั้งก่อนหน้านี้ที่เพิ่มขึ้น 1.0% ซึ่งสอดคล้องกับฉันทามติของตลาด
ขณะเดียวกัน ดัชนี CPI ค่าเฉลี่ยแบบตัดทอนเพิ่มขึ้น 0.2% MoM ในเดือนสิงหาคม เมื่อพิจารณาเป็นรายปี ดัชนี CPI ค่าเฉลี่ยแบบตัดทอนเพิ่มขึ้น 3.6% YoY ในช่วงเวลาเดียวกัน
ปฏิกิริยาของ AUD/USD ต่อข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคของออสเตรเลีย
ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) เผชิญแรงขายอยู่บ้างหลังจากรายงาน CPI ของออสเตรเลีย คู่ AUD/USD ปรับตัวลดลง 0.25% ในวันนี้ เคลื่อนไหวอยู่ที่ 0.6970 ณ เวลานี้
ตารางด้านล่างแสดงเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของ ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) เทียบกับสกุลเงินหลักที่ระบุไว้ วันนี้ ดอลลาร์ออสเตรเลีย อ่อนค่าที่สุดเมื่อเทียบกับ เยนญี่ปุ่น
| USD | EUR | GBP | JPY | CAD | AUD | NZD | CHF | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| USD | -0.01% | -0.01% | -0.33% | 0.01% | 0.29% | -0.03% | -0.07% | |
| EUR | 0.01% | 0.03% | -0.32% | 0.02% | 0.28% | -0.02% | -0.06% | |
| GBP | 0.01% | -0.03% | -0.37% | 0.02% | 0.26% | -0.02% | -0.06% | |
| JPY | 0.33% | 0.32% | 0.37% | 0.34% | 0.64% | 0.29% | 0.29% | |
| CAD | -0.01% | -0.02% | -0.02% | -0.34% | 0.28% | -0.05% | -0.06% | |
| AUD | -0.29% | -0.28% | -0.26% | -0.64% | -0.28% | -0.31% | -0.34% | |
| NZD | 0.03% | 0.02% | 0.02% | -0.29% | 0.05% | 0.31% | -0.03% | |
| CHF | 0.07% | 0.06% | 0.06% | -0.29% | 0.06% | 0.34% | 0.03% |
แผนที่ความร้อนแสดงเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของสกุลเงินหลักเมื่อเทียบกัน สกุลเงินหลักจะถูกเลือกจากคอลัมน์ด้านซ้าย ในขณะที่สกุลเงินอ้างอิงจะถูกเลือกจากแถวบนสุด ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือก ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากคอลัมน์ด้านซ้าย และเลื่อนไปตามเส้นแนวนอนไปยัง ดอลลาร์สหรัฐ เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงที่แสดงในกล่องจะแสดงถึง AUD (สกุลเงินหลัก)/USD (สกุลเงินรอง).
Inflation: คำถามที่พบบ่อย
อัตราเงินเฟ้อวัดการเพิ่มขึ้นของราคาในตะกร้าสินค้าและบริการที่ใช้อ้างอิง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมักแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงแบบเทียบเดือนต่อเดือน (MoM) และแบบปีต่อปี (YoY) อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะไม่รวมองค์ประกอบที่มีความผันผวนสูงเช่น อาหารและเชื้อเพลิง ปัจจัยเหล่านี้อาจผันผวนเพราะสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์ให้ความสำคัญและเป็นตัวเลขที่ธนาคารกลางใช้อ้างอิงในการกำหนดเป้าหมาย ธนาคารกลางฯ นิยมคงอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2%
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จะวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาตะกร้าสินค้าและบริการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยปกติ CPI จะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงแบบเดือนต่อเดือน (MoM) และแบบปีต่อปี (YoY) CPI หลักคือตัวเลขที่ธนาคารกลางใช้กำหนดราคาเป้าหมาย เพราะ CPI ทั่วไปไม่รวมปัจจัยเช่นการผลิตอาหารและเชื้อเพลิงที่มีความผันผวน ดังนั้น เมื่อ CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้นมากกว่า 2% จึงมักจะส่งผลให้ธนาคารกลางปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อ CPI ลดลงต่ำกว่า 2% เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง จึงเป็นผลดีต่อสกุลเงิน อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมักส่งผลให้สกุลเงินแข็งค่าขึ้น และตรงกันข้าม สกุลเงินจะอ่อนค่าเมื่ออัตราเงินเฟ้อลดลง
แม้ว่าอาจดูเหมือนขัดกับภาพความเป็นจริงที่เห็น แต่อัตราเงินเฟ้อในประเทศที่สูงจะผลักดันมูลค่าของสกุลเงินของประเทศนั้นๆ ให้สูงขึ้นเพราะการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งดึงดูดเงินจากนักลงทุนทั่วโลกให้ไหลเข้าประเทศ เพราะพวกเขากำลังมองหาสถานที่ที่มีกำไรจากการฝากเงินของพวกเขา
ในอดีต ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนหันไปพึ่งพาในช่วงเวลาที่มีอัตราเงินเฟ้อสูง เนื่องจากทองคำยังคงรักษามูลค่าไว้ได้ นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่ตลาดปั่นป่วนอย่างรุนแรง นักลงทุนมักจะซื้อทองคำด้วยสถานะการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในปัจจุบันมักไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อเมื่ออัตราเงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางต่างๆ มักจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจึงไม่เป็นผลดีต่อทองคำ เนื่องจากทำให้ต้นทุนโอกาสในการถือครองทองคำลดลงเพราะเป็นสินทรัพย์ที่ดอกเบี้ยไม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการนำเงินไปฝากในบัญชีเงินสด ในทางกลับกัน อัตราเงินเฟ้อที่ลดลงมีแนวโน้มที่จะส่งผลบวกต่อทองคำ เพราะจะทำให้อัตราดอกเบี้ยลดลง ทำให้โลหะมีค่าเป็นทางเลือกการลงทุนที่มีโอกาสมากขึ้น

