ราคาน้ำมันยังคงยืนแถวระดับสูง หลังจากความหวังที่สหรัฐฯ กับอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกันเริ่มเลือนราง ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็ชะลอตัวลงอีก
เบรนท์ปรับขึ้นแตะ 89.40 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ขณะที่ WTI ทะยานเหนือ 82 ดอลลาร์ สัปดาห์ที่แล้วทั้งสองเกณฑ์ปรับขึ้นกว่า 5% หลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทำให้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาสะท้อนในราคาอีกครั้ง

ประเด็นร้อนตอนนี้ไม่ใช่แค่การเจรจาที่ติดขัด แต่มันคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในทะเล
ข้อมูลจาก Kpler อ้างโดยรอยเตอร์ระบุว่า มีเรือสินค้าเพียง 5 ลำเท่านั้นที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่วนวันอาทิตย์ไม่มีเรือผ่านเลย ขณะที่สัปดาห์ก่อนหน้ามีเรือผ่านถึง 31 ลำ
นี่คือการลดลงอย่างฉับพลันสำหรับเส้นทางเดินเรือที่ปกติแบกรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวทั่วโลกเป็นสัดส่วนมหาศาล
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน บอกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเตหะรานยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะกลับมาเจรจากับวอชิงตันหรือไม่ ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของ ADNOC อีกลำในช่องแคบ
สำหรับนักเทรดน้ำมัน นี่คือสัญญาณว่าความเสี่ยงด้านอุปทานยังคงอยู่เต็มเปา
แต่ขาขึ้นก็ยังมีเพดานจำกัด ราคาได้ฟื้นตัวกลับมาส่วนใหญ่จากช่วงต้นเดือนนี้แล้ว ขณะที่ความกังวลเรื่องอุปสงค์โลกและสต๊อกน้ำมันสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นแรงถ่วงตลาดโดยรวม
นี่คือสถานการณ์ที่น้ำมันกำลังถูกดึงไปสองทาง ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กำลังดันราคาขึ้น แต่ความกังวลเรื่องอุปสงค์ทำให้ผู้ซื้อยังคงระมัดระวัง
ตอนนี้เบรนท์แถว 89 ดอลลาร์คือระดับที่ต้องจับตา ถ้าการเดินเรือหรือโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันหยุดชะงักอีก อาจทำให้เกิดแรงซื้อรอบใหม่ทันที แต่ถ้ามีสัญญาณการเจรจาที่คืบหน้า ส่วนชดเชยความเสี่ยงก็อาจหายไปจากราคาได้ไม่ยาก
